ทำไมเราชอบพูดว่าได้เลยทั้งที่ในใจอยากตะโกนว่าไม่? สรุปอาการ Fawning ที่คุณอาจเป็นอยู่
ทำไมปากถึงไว ในโลกของความสัมพันธ์
เคยสงสัยไหม เมื่อเจอคำขอร้อง ปากมันลั่น ให้พูดว่าได้เลย ทั้งที่งานตัวเองก็ท่วมหัวอยู่แล้ว พอวางสายหรือแยกตัวออกมา ความรู้สึกผิด ก็ลอยขึ้นมาจุกที่หน้าอก นี่ไม่ใช่แค่ความสุภาพ แต่นักจิตวิทยาเรียกมันว่า "การตอบสนองแบบประจบประแจง" (Fawning) ซึ่งมันฝังรากอยู่ใน ระบบประสาท ของเรา อย่างน่าเหลือเชื่อ
การตอบสนองที่โลกเพิ่งรู้จัก เมื่อสู้ไม่ได้หนีไม่พ้น
เรามักจะเรียนรู้กันมาว่า Pete Walker เมื่อมนุษย์เจอภัยคุกคาม เราจะมี 3 ทางเลือก คือ สู้ (Fight), หนี (Flight), หรือหยุดนิ่ง (Freeze) แต่นักบำบัดค้นพบอีกมุมหนึ่ง นั่นคือการ ประจบประแจง (Fawn) ที่เน้นความกลมกลืน
เช็กสัญญาณอาการประจบประแจง:- พยายามทำให้ตัวเองมีประโยชน์ ทั้งที่ไม่ได้ถูกขอ
- ยอมเสียสละสิทธิ์ของตัวเอง เพื่อรักษาบรรยากาศให้สงบ
- เป็นคนเออออห่อหมก เพราะกลัวโดนเกลียด
- เป็นนักพยากรณ์อารมณ์ ตลอดเวลา
เหตุผลที่เราต้องเป็นเด็กดี ในบ้านที่ตึงเครียด
นี่ไม่ใช่กรรมพันธุ์ แต่มันถูกหล่อหลอมจากอดีต ลองคิดถึงคนที่เติบโตมา ในบ้านที่บรรยากาศมาคุ เด็กคนนั้นจะเรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าทางที่ ปลอดภัยที่สุด คือการ "อย่าสร้างปัญหา" ต้องทำตัวเป็นเด็กดี จนสุดท้าย ตัวตนจริงถูกลบหายไป และเมื่อเวลาผ่านไป รูปแบบนี้ก็กลายเป็นระบบอัตโนมัติ
เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ที่ทำให้เราปฏิเสธคนไม่เป็น
การศึกษาจากมหาวิทยาลัยระดับโลก ระบุชัดเจนว่า กลไกนี้เกี่ยวพันกับฮอร์โมน ที่ชื่อว่า ออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือฮอร์โมนแห่งความผูกพัน เมื่อเราเครียด เราจะพยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ แทนที่จะสร้างศัตรู นี่คือวิธีรักษาตัวรอดแบบละมุน แต่ผลข้างเคียงคือเราจะ สูญเสียความสามารถในการตั้งขอบเขต
วิธีสร้างขอบเขตใหม่ เพื่อชีวิตที่สมดุล
การตระหนักถึงอาการฟอว์นนิง คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เราต้องฝึกการตั้งขอบเขต ความสุภาพไม่ได้กำหนดว่า เราต้องลบตัวตนทิ้ง ลองให้ความสำคัญกับใจตัวเองก่อน แล้วคุณจะพบว่า ความสุขที่แท้จริง ไม่ได้มาจากการประจบประแจง อย่างแท้จริง